KOHA: OPAC Catalogue Search
Start OverMARC DisplayBrief DisplayReturn To BrowseExport Marked Records


Author เนตรนภิส วัฒนสุชาติ
Title"ขนม" รอบๆ ตัวเด็ก บริโภคเท่าใดจึงพอดี/เนตรนภิส วัฒนสุชาติ
Imprint2551
Call# ifrpd FOOD 6142

CALL # Volume Number Month Year Barcode Status
Available

Journalอาหาร
Abstractคำว่า "ขนม" มีใช้เมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว จัดเป็นอาหารหวานเสริฟคู่สำรับกับอาหารมื้อหลักและใช้เป็นคำเรียกที่เคยชินว่า "สำรับกับข้าวคาวหวาน" ซึ่งแสดงถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหารอย่างถูกหลักอนามัยของคนไทยสมัยก่อน ที่ให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารมื้อหลัก ซึ่งประกอบด้วยอาหารที่หลากหลายและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน นอกจากนี้ยังจัดให้ขนมเป็นอาหารว่างที่รับประทานระหว่างมื้อซึ่งไม่ใช่มื้อหลัก รับประทานเพื่อความอร่อยและลดความหิว การจำแนกประเภทขนมที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป อาจแบ่งได้หลายกลุ่ม ได้แก่ ขนมไทย (Thai sweets and desserts)ขนมขบเคี้ยว (snacks)ขนมอบหรือขนมเบเกอรี่ (bakery foods)ลูกอมและหมากฝรั่ง (candies and gums)เจลลี่ (jellies)ชอคโกแลต (chocolates)และไอศกรีม (ice creams)เป็นต้น จากผลงานโครงการ "เครือข่ายความร่วมมือการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวเพื่อการควบคุมและป้องกันโภชนาการเกินในเด็ก" ในปี 2549 สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร และภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้พัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว ซึ่งปรับปรุงส่วนผสมไขมัน น้ำตาลและโซเดียมให้มีปริมาณต่ำกว่าสูตรทั่วไป เพิ่มวัตถุดิบจากธรรมชาติ ได้แก่ ธัญพืช เมล็ดพืชและถั่วต่างๆ รวมทั้งผักผลไม้ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ และเพิ่มสารอาหารแคลเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของเด็ก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์บิสกิตถั่วเขียว สแน็คเบญจรงค์จากข้าว และปลาแผ่นอบกรอบ ตลอดจนได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีรูปแบบดึงดูดใจขนาดบรรจุหนึ่งหน่วยบริโภค (one serving size)30 กรัม และเผยแพร่สู่กลุ่มเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการบริโภค ที่สำคัญคือ ได้เกิดการสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมขนม ในการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์ขนมตามแนวคิดขนมทางเลือกใหม่ ที่มีปริมาณสารอาหาร เช่น ไขมัน น้ำตาลและโซเดียมต่ำ เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพเด็กและช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนและอื่นๆ
Descriptปีที่ 38 ฉบับที่ 1 ; 20-29
Subjectขนม
อาหารขบเคี้ยว
Previous||6138||Next