KOHA: OPAC Catalogue Search
Start OverMARC DisplayBrief DisplayReturn To BrowseExport Marked Records


Author พรหทัย พุทธวัน
Alternative Author อานันท์ ณ หนองคาย
สัมฤทธิ์ รักพนาลี
วารสารวิทยาศาสตร์ มข.
Titleการวิเคราะห์สารสําคัญและกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระของพืชสมุนไพรท้องถิ่นในภาคเหนือเพื่อพัฒนาเป็นชาสมุนไพรสำเร็จรูป
Alternative TitlePhytochemical Screening and Antioxidant Activities of Local Herbal Plants in the North of Thailand for Development to Ready-To-Drink Herbal Tea
Imprintปีที่ 46 ฉบับที่ 2, เมษายน-มิถุนายน 2561
Call# FOOD 8515

CALL # Volume Number Month Year Barcode Status

Abstractงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาสาระสำคัญ กิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระของพืชสมุนไพรท้องถิ่นภาคเหนือ 10 ชนิด ได้แก่ เปล้าใหญ่ เปล้าน้อย ตองแตก ตูน (อ้อดิบ) ไผ่ ป่านรามี ราชพฤกษ์ กล้วยตีบ หญ้าคา และหญ้าไซ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นชาสมุนไพรสำเร็จรูป ตัวอย่างพืชสมุนไพรถูกนำมาสกัดด้วยน้ำกลั่น จากนั้นนำไปตรวจสอบหาสาระสำคัญในพืชเบื้องต้น ได้แก่ ฟลาโวนอยด์ แทนนิน เทอร์พีนอยด์ และชาโปนินตามวิธีมาตรฐาน หาปริมาณโพลีฟีนอล ด้วยวิธี Folin-Ciocalteau หากิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี 2,2-diphenyl-1-picrythydrazyl (DPPH) และ Thiobarbutiric acid reactive substances (TBARS) จากการทดลอง พบว่าพืชสมุนไพรส่วนใหญ่พบสาระสำคัญในกลุ่มเทอร์พีนอยด์และพบซาโปนินในปริมาณน้อย การหาปริมาณโพลีฟีนอลและกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระโดยใช้ความเข้มข้นของสารสกัดพืชที่ 2000 ?g/ml พบว่าเปล้าใหญ่มีค่าโพลีฟีนอลสูงสุด คือ 747.08 ?gGAE/ml และมีเปอร์เซ็นต์ความสามารถของสารแอนตี้ออกซิเเดนท์ในการต้านออกซิเดชัน ด้วยวิธี TBARS สูงสุด คือ 58.25% ขณะที่กิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระโดยวิธี DPPH พบว่า เปล้าใหญ่ เปล้าน้อย ตองแตก หญ้าคาและไผ่ มีความสามารถในการยับยั้งอนุมูลอิสระ DPPH สูงสุดไม่แตกต่างกัน (p>0.05) คือ 75.95,78.42,80.29,79.94 % ตามลำดับ จากนั้นเตรียมสมุนไพรทั้ง 10 ชนิด ทั้งหมด 4 สูตร นำไปทดสอบคุณภาพทางประสาทสัมผัสด้วยวิธี Hedonic 9 Points Scale พบว่าสูตรที่ 2 และสูตรที่ 4 ไม่มีความแตกต่างกัน (p>0.05) เมื่อพิจารณาถึงกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระ พบว่าสูตรที่ 2 มีกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระ มากกว่าสูตรที่ 4 ดังนั้นจึงทำการเลือกสูตรที่ 2 มาทำการศึกษาหาสภาวะที่เหมาะสมในการชงชาสมุนไพรสำเร็จรูปเพื่อให้ได้โพลีฟีนอลสูงสุด โดยการวางแผนการทดลองแบบ Response surface methodology (RSM) พบว่า สภาวะที่เหมาะสมในการชงชาคือ อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส และเวลา 20 นาที เนื่องจากให้ปริมาณโพลีฟีนอล สูงที่สุด คือ 130.88 ?gGAE/ml
Descriptหน้า 238-247
Subjectสารสำคัญ
แอนตี้ออกซิแดนท์
พืชสมุนไพรท้องถิ่น
ชาสมุนไพรสำเร็จรูป
Previous||9476||Next